ดูซีรี่ย์: Dynasty SS3

ดูซีรี่ย์: Dynasty SS3 รีวิว ซีรีส์ฝรั่ง ดราม่าน้ำเน่าชั้นดีของตระกูลไฮโซ ที่วายป่วงกว่าเดิมเรื่องราวของครอบครัวแคริงตัน เมื่อครอบครัวที่ราวกับ Dynasty สุดเพียบพร้อมนี้ กลับเต็มไปด้วยความอื้อฉาว ซึ่งซีซัน 3 ก็กลับมาฉายแล้วใน Netflix พร้อมทิศทางของเรื่องราวที่ขยายใหญ่ขึ้น พร้อมกับพัฒนาการของตัวละครหลัก

Dynasty ss3 ซีรีส์ฝรั่งดราม่าน้ำเน่าชั้นดีสุดแซ่บว่าด้วยเรื่องราวในครอบครัวแคริงตัน ตระกูลดังสุดไฮโซ ที่เป็นกลุ่มเจ้าของธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่ เป็นตระกูลที่มีทั้งเงินทอง อำนาจ เครือข่ายธุรกิจ สมกับคำว่า Dynasty ซึ่งภาพลักษณ์ภายนอกของครอบครัวนี้ ดูมีความสมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง แต่แท้จริงแล้วภายในคฤหาสน์หลังใหญ่สุดอลังการของครอบครัวนี้ กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวอื้อฉาวและความลับวายป่วงมากมายที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมารวมอยู่ในครอบครัวเดียวนี้ได้

หลังจาก 2 ซีซัน ที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องราวก็ได้ดำเนินมาถึงซีซัน 3 ที่มีการขยายสเกลเรื่องและตัวละครมากขึ้น ส่วนความสัมพันธ์ของตัวละครก็เป็นแนวรักๆเลิกๆ ซับซ้อนไปมา ตามสไตล์ของซีรีส์ที่ฉายทางช่อง CW เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจที่คุณจะเห็นตัวละครที่ตอนก่อนรักกันปานจะกลืนกิน ผ่านไปไม่กี่ตอนกลับเลิกกัน แต่หลังจากนั้นไม่กี่ตอนกลับมาคุยเป็นเพื่อนกัน หรือบางทีมีการรีเทิร์นด้วยซ้ำ

ภาคนี้จะเปิดเรื่องราวต่อจากตอนจบของซีซัน 2 ที่ในงานแต่งงานระหว่าง เบลค และ คริสตัล พวกเขากลับพบว่ามีศพสองศพอยู่ในทะเลสาบของคฤหาสน์ ทำให้นำไปสู่เรื่องราวของการต่อสู้ทางคดีที่เบลคถูกตั้งข้อหาคดีฆาตกรรมจนต้องติดคุก ซึ่งบรรดาตัวละครในตระกูลก็ต้องหาทางช่วยเบลคออกมา แต่ก็มีบางตัวละครที่ต้องการโค่นอำนาจของเบลคเช่นกัน ทำให้เรื่องมันยิ่งอีรุงตุงนังขึ้นไปอีก

แฟลลอน คาริงตัน

ลูกสาวสุดแสบของบ้านแคริงตัน เป็นหญิงสาวสวย ถูกตามใจแต่เด็ก ต้องการพิสูจน์ความสามารถทางธุรกิจจากพ่อของเธอเอง มีลักษณะทุกอย่างเข้าข่าย “สาวสวยไฮโซเอาแต่ใจ” ชอบหว่านเสน่ห์และมี Sex ตามใจตัวเองกับคนไปทั่ว

สำหรับใน 2 ซีซันที่ผ่านมา แฟลลอน มีความสัมพันธ์ทั้งรักและเลิกกับ ไมเคิล คัลเฮน อดีตคนขับรถของบ้านคาริงตัน ก่อนที่ความสัมพันธ์จะกลายมาเป็นแบบเพื่อนที่คบหากันด้วยมิตรภาพในซีซัน 3

ส่วนคนที่แฟลลอนเลือกรักมาตั้งแต่ ซีซัน 2 ก็ยังคงเป็นคู่รักของเธอจนถึงซีซัน 3 นั่นคือ เลียม ซึ่งตอนจบซีซัน 2 เขียนบทให้เลียมได้น้ำเน่าๆเอามากๆ เพราะเปิดเรื่องมาด้วยอาการความจำเสื่อม (ฝรั่งก็ชอบแนวนี้นะเออ)

ด้านบทของแฟลลอนในซีซัน 3 มีพัฒนาการและเปลี่ยนแปลงมาเป็นตัวละครที่ยังคงเอาแต่ใจและคุณหนูขี้วีนเหมือนเดิม แต่มีความเห็นใจคนอื่นมากขึ้น และรู้จักผิดชอบชั่วดีมากกว่าตอนเปิดเรื่องมากด้วย

ที่สำคัญคือ นี่เป็นภาคแรกที่ แฟลลอน ประกาศจจุดยืนที่จะก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์คาริงตันด้วยตัวเธอเอง แต่ถึงนั้นก็ยังคงความเป็นคุณหนูจอมวีนสุดแรงในตอนท้ายเรื่องอยู่ดี

คริสตัล เจนนิ่งส์

สาวสวยทรงเสน่ห์ ชาวละติน คู่รักสาวของ เบลค แคริงตัน ที่อายุห่างกันเป็นสิบปี เป็นตัวละครที่มีการเปลี่ยนนักแสดงมากที่สุดในซีรีส์เรื่องนี้ เรียกว่าซีซันละคนเลยก็ว่าได้ โดยในสองซีซันที่ผ่านมานั้น ได้นักแสดงสาว Nathalie Kelley และ Ana Brenda Contreras ผลัดกันมารับบท ซึ่งคนแรกนั้นทำไว้ได้ดีเอามากๆ ในขณะที่คนที่สองแม้ว่าพลังการแสดงและออร่าจะสู้คนแรกไม่ได้ แต่ก็ได้ภาพลักษณ์ความเป็นสาวละตินใสซื่อเข้ามาแทน

สำหรับในซีซัน 3 ได้นักแสดงหญิง Daniella Alonso สาวเปอโตริโกเชื้อญี่ปุ่น ที่เกิดและโตในสหรัฐอเมริกา มารับบทเป็น คริสตัล เจนนิ่ง คนเดิมจากซีซันที่ 2 แต่เปลี่ยนคนแสดง

ซึ่งภาคนี้แม้ว่าเธอจะถูกวิจารณ์ว่า สวยน้อยที่สุด ในบรรดาคริสตัลทั้งสามคน แต่เมื่อดูซีรีส์เรื่องนี้ไปเรื่อยๆ คุณจะพบว่าเธอแสดงเข้ากับบทบาทของคริสตัลที่ควรจะเป็นในซีซันนี้เอามากๆ เพราะภาคนี้ คริสตัล จะเป็นตัวละครที่ต้องแสดงความ เฉลียวฉลาด การวางแผนแก้แกม ในการช่วยเบลคให้พ้นผิดจากคดีฆาตกรรมที่เป็นเส้นเรื่องหลักในครึ่งแรกของซีซันนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่า เธอแสดง “ได้ถึง” พอสมควร ที่สำคัญคือเธอเป็นคริสตัลที่ดูสีหน้าแววตานิ่ง และมีความร้ายลึกมากที่สุดด้วย ดังนั้นถ้าในซีซัน 4 เธอจะได้ไปต่อในบทคริสตัล ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่

เบลค แคริงตัน

อภิมหาเศรษฐีที่เป็นพ่อหม้าย แต่งงานใหม่กับคริสตัล ซึ่งนำไปสู่เรื่องราววุ่นวายอีกมากมาย

เบลค ในซีซัน 3 มีการเปลี่ยนแปลงมาจาก 2 ซีซันที่ผ่านมาคือ มีความเด็ดขาดและเป็นจอมเจ้าเล่ห์ที่มากอุบายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม แต่อีกด้านหนึ่ง ซีซันนี้ได้แสดงให้เห็นว่าเขาไม่สามารถขาดคริสตัลได้อีกแล้ว

ในช่วงครึ่งแรก จะเป็นเส้นเรื่องหลักของเบลคมากเป็นพิเศษ จากการต้องต่อสู้และขึ้นศาลในคดีฆาตกรรมที่เป็นผลสืบเนื่องจากซีซัน 2 ส่วนในครึ่งหลังสเกลเรื่องจะขยายออกไปในแง่ของศึกทางธุรกิจที่ไม่เข้าใครออกใคร

ที่จริงแล้ว ตัวพลอตเรื่องมีความเป็นซีรีส์น้ำเน่าขั้นสุด ซึ่งก็ไม่น่าแปลง เพราะซีรีส์เรื่องนี้เป็นการนำละครน้ำเน่าฝรั่งที่เรียกว่าแนว Soap Opera ในชื่อเดียวกันที่เคยสร้างชื่อเสียงมากในยุค 80 กลับมารีเมคใหม่ โดยปรับบริบทให้เข้ากับยุคสมัย แล้วก็ทำได้ดีด้วย

ในแง่ของทีมนักแสดง แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนักแสดงนำมาตลอด โดยเฉพาะบทของ คริสตัล และล่าสุดคือ อเล็กซิส แต่ต้องยอมรับว่า นักแสดงใหม่ในซีซัน 3 ทำได้ดีเอามากๆ

ตัวซีรีส์ยังคงเป็นแนวฉูดฉาด มีการเดินเรื่องที่เต็มไปด้วยบทหักมุมตลอดเวลา แต่ด้วยความที่เรื่องก็ดำเนินมาสามซีซันเข้าไปแล้ว ไม่น่าแปลกที่บางครั้งดูไปแล้วเรื่องเหมือนมีอาการ “หมดมุก” ซึ่งพอเข้าใจได้ ดังนั้นทำให้ซีซัน 2 และ 3 มีบางตอนที่เราดูไปแล้วจะเกิดอาการ “อีหยังวะ” ประมาณว่า ตัวละครที่เพิ่งรักกันปานจะกลืนไม่กี่ตอนก่อน มาตอนนี้มึนตึงกันแล้ว ส่วนตัวละครที่เคยไม่ชอบหน้าและเกลียดกัน อีกไม่กี่ตอนกลับคืนดีกันได้ง่ายๆเหมือนกัน

จะยกเว้นก็แค่คู่ของ คริสตัล และ อเล็กซิส ที่เหมือนเป็นเส้นขนานในเรื่องนี้ที่ยังไงก็ไม่มีทางดีกันได้ แทบจะคู่เดียวในเรื่อง รวมถึงคู่ของ เบลค และ เจฟฟ์ ส่วนคู่อื่นนั้นตัวละครพอจะคุยกันได้หมด ไม่เว้นแม้แต่ อดัม ลูกชายคนโตสุดโรคจิตของเบลคที่ตีกับแฟลลอนมาตลอดตั้งแต่เปิดตัวมา แถมเล่นแรงขนาดที่จะฆ่าเลียม คนรักของแฟลลอนและถึงขั้นเผาหน้าของอเล็กซิส แม่แท้ๆมาแล้ว (เข้าใจว่าเป็นบทเพื่อให้ตัวละครไปทำศัลยกรรม จะได้เปลี่ยนคนแสดง)

ในบทของอเล็กซิส ก็มีการเปลี่ยนนักแสดงจาก Nicollette Sheridan มาเป็น Elaine Hendrix ที่มีความสาวขึ้น แซ่บขึ้น แถมดูร้ายกว่าเดิม เรียกว่าการเปลี่ยนนักแสดงรอบนี้ทั้งบทคริสตัลและอเล็กซิส เข้าใจว่าจะทำให้บทประชันของทั้งสองคนดูสูสีคู่คี่กว่าเดิมมาก เมื่อเทียบกับคู่เก่าในซีซันที่ผ่านมา เพราะนักแสดงทั้งสองคนที่เปลี่ยนมารับบทในภาคนี้ เอาอยู่จริงๆ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่สุดของซีรีส์นี้ที่เกิดขึ้นในซีซัน 2 ก็คือ ความเรื่อยเปื่อยในบางตอน ที่เหมือนเขียนบทมาเพื่อหาเรื่องแสดงไปงั้นๆ ไม่ได้มีเส้นเรื่องหลักอะไร แล้วบางตอนเหมือนนึกจะยัดอะไรก็ใส่เข้ามาเลย ทำให้ความต่อเนื่องบางอย่างดูขัดๆพิกล แต่ด้วยความที่ซีรีส์เดินเรื่องอย่างกระชับ ไม่อืด ไม่มีจังหวะดราม่าฟูมฟาย คือเรื่องมันไปเร็วฉึบฉับเอามากๆ จนบางทีคนดูก็อาจจะ “ตามไม่ทัน” กับเนื้อเรื่อง ก็เลยทำให้เรื่องนี้มีลักษณะเหมือนดูได้เรื่อยๆ ไม่ต้องคิดอะไรกับมันมาก อยู่ที่ว่าผู้สร้างอยากจะยัดอะไรมาให้ดูก็โอเคแล้ว ประมาณนั้นเลย

นอกจากนี้ มีจุดน่าเสียดายคือ นักแสดงสมทบในบางตอน มีบางคนที่ออร่าการแสดงดูดีเอามากๆ แต่บทมาแล้วก็ไป อารมณ์เหมือนนักแสดงได้เซ็นเข้ามาชั่วคราวแค่นั้น ทำให้น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน

สรุปภาพรวม ยังคงเป็นซีรีส์ดราม่าน้ำเน่าชั้นดี ในซีซัน 3 มีการเพิ่มสเกลของเรื่องมีคนภายนอกครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ไม่จำกัดวงการเล่าเรื่องอยู่แค่ในคฤหาสน์เหมือนซีซันแรก และไม่เน้นดราม่ารักสามเส้าแบบซีซันสองมากเกินไปด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการปรับบทที่ทำให้เรื่องราวเหมือนจะพยายามหาทางไปต่อ มากกว่าแค่เรื่องลูกเลี้ยงตีกับแม่เลี้ยง และเมียเก่าตีกับเมียใหม่ เป็นความพยายามที่ดี แม้ว่าบางตอนบทจะดูเรื่อยๆ เกินไปหน่อยก็ตาม และน่าจะได้มีซีซัน 4 ต่อแน่นอน